@.อ่านละคร.นาคี.นางอาย.ดวงใจพิสุทธิ์.@

อ่านละคร เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 14 วันที่ 31 พ.ค. 57

อ่านละคร เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 14 วันที่ 31 พ.ค. 57

นัครินทร์โวยจ๊ากลั่น “บ้า!! คุณบ้าไปแล้ว!! คุณมันบ้าไปแล้วแน่ๆ!! ไม่มีทาง!! ผมไม่โดด!!ไม่มีวันโดด!”
“ไม่โดดใช่มั๊ย?? “ ประกายเดือนควงมีดโชว์เลย ดูเหี้ยมมากๆ แล้วหยิบกล้วยหรืออะไรแถวนั้นมาตัดฉับๆๆ ดูหนังจีนมากๆ นัครินทร์ตาค้าง ช็อค

“จะโดดม้ายยยยยย??” ประกายเดือนเงื้อมีด
นัครินทร์ไม่คิดเลย “โดดแล้วเว๊ยยยยย” นัครินทร์ลอยละลิ่วลงน้ำตู้มมมมมมมมม ประกายเดือนขำกร๊ากๆๆ สะใจงอหงาย
นัครินทร์ ผุดขึ้นมาอย่างโกรธ “ผู้หญิงอะไร ใจร้าย!! โหด!! โหดที่สุด!!”


“ผู้ชายอย่างคุณมันต้องเจอผู้หญิงอย่างฉันนี่แหละ!! มันถึงจะสมน้ำสมเนื้อ!! อาบน้ำแล้วก็นอนซะนะคะ..ท่านรองฯ ..กู้ดไนท์ค่ะ” พูดจบประกายก็เดินสะดิ้งเข้าห้องไป
นัครินทร์ยัวะมาก สาดน้ำขึ้นไป “จำไว้!! ยัยเลขาฯ ตัวแสบ!! จำไว้!!”
นัครินทร์ลอยคอ น่าเวทนา

เช้าวันใหม่ บ้านคุณเล็กเขาใหญ่ ปานตะวันเดินถือกระเป๋าเสื้อผ้าเล็กๆ เตรียมขนของจะกลับกรุงเทพฯ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นคุณเล็กนอนอยู่ในชุดเมื่อคืน โดยเอาสูทคลุมตัวไว้ ปานตะวันอึ้งๆ ค่อยๆ เดินมาหา หยุดยืนมอง แล้วตัดสินใจไม่ยุ่งดีกว่า ปานตะวันหันหลังจะเดินออก ทันใดนั้น คุณเล็กก็เอื้อมมือมาคว้ามือปานตะวันไว้ ปานตะวันหันขวับกลับมา
คุณเล็กตัดพ้อนิดๆ “จะแอบกลับ ไม่บอกกันเลยเหรอครับ?”
“เอ่อ…เห็นน้องเล็กหลับอยู่ ไม่อยากกวนน่ะค่ะ”
“ผมอยากให้พี่ตะวันกวน”
ปานตะวันถอนใจเฮือก พูดยิ้มๆ “หลับตรงนี้ทั้งคืนเลยเหรอคะ..เจ้าของรีสอร์ทไม่มีที่นอนแล้ว”
“มีครับ..แต่อยากนอนเฝ้าพี่ตะวัน”
ปานตะวันอ่อนใจ “เดี๋ยวก็ไม่สบาย ตากน้ำค้างทั้งคืนแบบนี้”
“ชินแล้วครับ ห่วงพี่ตะวันมากกว่า” คุณเล็กยังข้องใจ “...เมื่อคืน”
ปานตะวันรีบตัดบท “พี่ต้องรีบไปแล้วค่ะ เดี๋ยวเจ้านายจะรอ พี่ไปก่อนนะคะ” ปานตะวันจะเดินออก
คุณเล็กคว้ามือไว้ “เดี๋ยวครับ” ชายหนุ่มฉกกระเป๋ามาถือ ..มองตา “ผมไปส่ง…ให้ผมดูแลพี่ตะวันนะครับ”
ปานตะวันมองตา..พูดเรียบๆ อย่างขอให้เข้าใจ “อย่าเลยค่ะ..พี่ดูแลตัวเองได้..อย่าห่วงพี่เลยนะคะ..พี่ไม่อยากให้น้องเล็กต้อง..ลำบาก ที่ต้องมาดูแลพี่” ปานตะวันพูดอย่างมีนัยยะซ่อนเร้น
คุณเล็กฉลาดที่จะเข้าใจ “ยังไม่ได้ลองเลย จะรู้ได้ไงล่ะครับว่าลำบาก?”
ปานตะวันอึ้ง…ดูเด็ก ช่างกล้า
“มันไม่ใช่เรื่องลำบากสำหรับผมเลยที่จะดูแลพี่ตะวัน…มันทำให้ผมมีความสุขตะหาก”
“คุณเล็กกก” ปานตะวันเปลี่ยนคำนำหน้าเพี่อ เน้นระยะห่าง
“อย่าเรียกผมว่าคุณเล็ก แล้วก็น้องเล็กได้มั๊ยครับ? เรียกว่า’เล็ก’ เฉยๆ ขอร้อง”
ปานตะวันอึ้ง ไม่ตอบอะไร เล็กพูดตรงๆ “ผมอยากเป็นแฟนพี่ตะวันน่ะครับ” ปานตะวันตาโต “อย่าบอกว่าผมยังเด็ก..เราเป็นแค่พี่น้องกันดีกว่า เพราะผมโตแล้วและผมก็ไม่อยากเป็นพี่เป็นน้องกับพี่ตะวัน”
ปานตะวันพูดไม่ถูก เมื่อเจอกับความมุทะลุของเล็ก จึงหาทางเปลี่ยนเรื่อง “ขอกระเป๋าพี่คืนเถอะค่ะ..มันหนัก..เชื่อพี่”
ปานตะวันจ้องตาเล็ก ในที่สุด เล็กก็จำใจส่งคืนให้
“พี่ไปนะคะ”
“เรายังเจอกันได้ใช่มั๊ยครับ?”
ปานตะวันหันมามอง ไม่ตอบ ยิ้มน้อยๆ ฝืนๆ แล้วเดินจากไป เล็กจ๋อยไปกับอาการของปานตะวัน แต่แป๊บเดียวสีหน้าคุณหนูมุทะลุก็กลับมา ไม่ยอมแพ้หรอก

วันรุ่งขึ้น บนชั้นผู้บริหาร KTK มอลลี่และลูกกอล์ฟ นำขบวนพนักงานรุมจกกินขนมกันหมุบหมับครื้นเครงมากๆ
“เต็มที่พวกเรา!! งวดนี้เจ๊เฮง!! จัดเต็ม!!!” มอลลี่ประกาศ
“สุดยอดเลยเจ๊!! ถูกหวยแล้วเลี้ยงน้องเลี้ยงนุ่งแบบนี้สิถึงจะยอดคน!!” ลูกกอลฟ์เยินยอ
“ก็ไม่ได้อยากจะเลี้ยงเท่าไหร่หรอกเว๊ย!! แต่แม่หมอสตาร์วอร์สที่แกให้เลขเด็ดเจ๊มา เค้าจับเจ๊สาบานว่า ถ้าถูกขึ้นมาต้องแบ่งเงินที่ได้น่ะไปเลี้ยงเด็กอนาถา”
ทั้งหมดชะงัก อาหารคาปากกันเลยทีเดียว มอลลี่ไม่สน จกของกินหมับๆ พูดต่อ “แต่เจ๊ยุ่ง ไม่มีเวลา ก็เลยซื้อขนมมาเลี้ยงแบบนี้ดีกว่า เจ๊ได้กินด้วย”
“ยุ่งหรืองก??” ลูกกอล์ฟถาม
“ก็งกน่ะสิ...” มอลลี่เผลอรับ แล้วนึกขึ้นได้ว่าโดนด่า “อีบ๊าาา!!..จะกินไม่กิน???”
“กินๆๆ..ของฟรี.. “ ลูกกอล์ฟหันไปพูดกับเพื่อน “นานๆ ได้กินเงินอีเจ๊ กินๆๆ เร้วพวกเรา!!” ทุกคนก้มหน้าก้มตากินใหญ่
จามจุรีเดินเข้ามาจมูกฟุดฟิด “กลิ่นอะไรเนี่ย?” หันไปถามปาริฉัตร “กลิ่นอะไรจ๊ะ..ปาริฉัตร?”
ปาริฉัตรไม่ตอบ หันหน้าไปมองทางมอลลี่ เบื่อๆ
จามจุรีตาโต ปรี่เข้ามา “สมรศรี!!ลูกกอล์ฟ!! ทำอะไรกัน???”
ทุกคนแตกฮือ มอลลี่และลูกกอล์ฟ กวาดทุกอย่างลงถังขยะใต้โต๊ะหมดเรียบอย่างรวดเร็ว
“เปล่าค่ะ..ไม่ได้ทำอะไร..จริงมั้ยไอ้ลูกกอล์ฟ?”
“จริงครับ..จริง”
มอลลี่ยกมือที่ยังถือหมูปิ้งขึ้นโบก “ไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ”
จามจุรีเดินไปกระชากหมูปิ้งทิ้ง และหยิบทิชชู่เช็ดน้ำจิ้มที่ย้อยมุมปากมอลลี่ชูให้ดู “หลักฐานคามือคาปาก ยังจะโกหก เดี๋ยวนี้เอาใหญ่แล้วนะ ลืมกฏที่ห้ามเอาอาหารขึ้นมาทานบนชั้นผู้บริหารนี้แล้วเหรอ??”
มอลลี่เหลือบไปเห็นปาริฉัตรยิ้มเยาะก็เอาเลย..เดินไปโต๊ะปาริฉัตร “ก็แหม..ผู้บริหารไม่รู้หรอกค่า..ก็เดี๋ยวนี้ผู้บริหารของเราเค้าขยันมาทำงานหมือนเมื่อก่อนซะเมื่อไหร่ล่ะคะ จริงมั้ยคะ..น้องฉัตร เอ๊า!! นี่น้องฉัตรยังมาทำงานด้วยเหรอคะเนี่ย? มาทำไมคะ? ท่านประธานไม่พาไปเที่ยวด้วยหรอกเหรอคะ? ต๊าย..ไม่เหมือนน้องเดือนเลย หายต๋อมไปกับใครไม่รู๊งวดนี้?? ท่านพี่รึท่านน้องเอ่ย?? ทายซิ..ติ๊กต๊อกๆๆ”
มอลลี่ทำมือชูนิ้วเป็นเข็มนาฬิกา ปาริฉัตรปัดมือทิ้ง “ปัญญาอ่อน!!”
“คริๆ..พูดแค่นี้ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ?? จี้ใจดำใช่ม้าๆๆ??”
ปาริฉัตรไม่พอใจ จามจุรีอ่อนใจเดี๋ยวนี้บริษัทดูวุ่นวาย มอลลี่ขำกร๊ากๆ อยู่ ทันใดนั้นนาคินทร์เดินฉับๆๆ เข้ามา ปาริฉัตรสีหน้าเบิกบาน จามจุรีดีใจ มอลลี่ขำค้าง
นาคินทร์พูดไปเดินไป เข้าห้องไป “มีเอกสารอะไรรีบเอาเข้ามาเลยนะครับ”
ปาริฉัตรลุกพรวด ยิ้มแฉ่ง “ค่ะ!! ท่านประธาน” ปาริฉัตรรวบแฟ้ม จามจุรีรีบส่งแฟ้มในมือให้ ปาริฉัตรหันมองเย้ยๆ มอลลี่ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไป
“แหวะ!! นังบ่าวเฝ้าหน้าห้อง!!!” มอลลี่หันมา จามจุรีเหล่อยู่ใกล้ๆ ก็สะดุ้งเฮือก “สู้คนนี้ไม่ได้ นางฟ้าาาาาา..เนอะไอ้ลูกกอล์ฟเนอะ”
“จริงงงงงง!!
จามจุรีอ่อนใจ

ในห้องทำงาน นาคินทร์เซ็นเอกสารเสร็จปิดแฟ้มเงยหน้าขึ้นเห็นปาริฉัตรที่ยิ้มปลื้มอยู่ “เสร็จแล้วครับคุณฉัตร”
ปาริฉัตรสะดุ้ง “ค่ะ” ปาริฉัตรเก็บๆ แฟ้มเสร็จ ยืนลังเล
“มีอะไรรึเปล่าครับ”
“เอ่อ..ไปงานแต่งงานที่เขาใหญ่สนุกมั้ยคะ?”
นาคินทร์อึ้ง นึกถึงตอนเล็กเต้นรำกับปานตะวัน
ตอนที่นาคินทร์ผลักตะวันลงเตียง
นาคินทร์ไม่ตอบ แต่ตัดบท “ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ยครับ?”
ปาริฉัตรอึ้ง จ๋อย “ค่ะๆ..ฉัตรขอตัวนะคะ” ปาริฉัตรรีบออกไป
นาคินทร์อารมณ์ไม่ดี รีบหันไปจ้องมองรูปวาดด้านหลังเหมือนแอบรู้สึกผิด ให้ช่วยเตือนสติ “กนก..พี่...พี่..รักกนกนะครับ..พี่รักกนกคนเดียว!!” ถึงแม้จะทำเป็นมั่นใจ แต่รู้สึกได้ว่าน้ำเสียงและสายตานาคินทร์แอบไม่มั่นใจซะแล้ว สุดท้ายนาคินทร์ตัดสินใจลุกพรวดออกไป

หน้าห้องทำงานนาคินทร์ นาคินทร์เปิดประตูผลัวะ ก้าวพรวดๆ กึ่งจะวิ่งออกไป
ปาริฉัตรตกใจ “ท่านประธาน!! ท่านประธานคะ..ท่านประธ๊านนน” ปาริฉัตรอึ้ง
มอลลี่และลูกกอล์ฟ ได้ทีเข้ามาซ้ำ ลูกกอล์ฟแสร้งทำงง “เฮ้ย!! ทำไมมาเร็วเคลมเร็วงี้ล่ะ??”
“นั่นสิ!! สงสัย..อะไรๆ แถวๆ นี้จะไร้แรงดึงดูด--ไร้อารมณ์!!! กร๊ากๆๆ” มอลลี่ขำ
ปาริฉัตรหยิบของเขวี้ยงใส่สองคนแตกฮือแต่ยังขำกร๊ากๆ สะใจ ปาริฉัตรโกรธ

ที่วัด นาคินทร์วางดอกไม้ตรงหน้ารูปกนกวลี เอามือแตะรูป “พี่อ่อนแอเกินไป กนกต้องช่วยให้พี่เข้มแข็ง ไม่ใจอ่อนกับผู้หญิงคนนั้น..ที่ทำร้ายเราสองคนนะกนก” นาคินทร์มองภาพกนกก่อนจะทรุดนั่งลงอย่างอ่อนแรง
“ไม่เห็นซะนานเลยนะโยม”
นาคินทร์หันขวับ มองเห็นเป็นหลวงตาใจดียืนอยู่ นาคินทร์กราบ “ผมแย่มากครับหลวงตา..ไม่ค่อยได้มาหากนกเหมือนเมื่อก่อน”
หลวงตายิ้มน้อยๆ “ยึดติดเกินไปก็ใช่ว่าจะดี รักได้คิดถึงได้ แต่ก็ต้องปล่อยวางได้” นาคินทร์มองแบบไม่เข้าใจ “เมื่อรักทำให้เป็นสุขนั้นดี แต่ถ้ารักทำให้เป็นทุกข์..ไม่ดี”
นาคินทร์เริ่มเก็ท “แต่กนกยังไม่สมควรจะตายเพราะฆาตกรคนนั้น”
“สมควรหรือไม่? ไม่ใช่เราหรือใครเป็นผู้กำหนดหรอกโยม บ่วงกรรมที่ทำมาต่างหากคือตัวกำหนด อย่าไปถือโทษโกรธแค้นใคร มนุษย์ทุกคนย่อมเกิดมาใช้กรรมที่ทำไว้ วันนี้ยังมีลมหายใจ..จงทำแต่ความดีสะสมบุญต่อไป..ไม่สร้างเวรกรรมเพิ่มอีก..จะถือเป็นกุศลให้โยมเค้าด้วย”
นาคินทร์สายตาอ่อนโยนลง หลวงตามองนาคินทร์อย่างเมตตา “กรรมอยู่ที่การกระทำนะโยมนะ”
หลวงตาพูดจบก็เดินออกไป นาคินทร์กราบตามหลัง ก่อนจะหันมามองรูปกนกสายตาแอบสับสน “กนก..พี่.. พี่” นาคินทร์ถอนใจเฮือก ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง
นาคินทร์ชะงักกึก!!ผู้หญิงคนนึง เดินอยู่ไกลๆ เห็นแต่ด้านข้างๆ นาคินทร์ชะงัก มองนิ่ง ส่ายหน้าช้าๆ “ไม่”
ผู้หญิงคนนั้นหันมายิ้มๆ เห็นหน้าเต็มๆ เธอคือ “กนกวลี”!!! นาคินทร์ช็อค หงายหลัง นาคินทร์หันกลับมามองรูปกนกวลี แล้วหันไปมองตรงเมื่อกี้อีกที ผู้หญิงคนนั้นหายไปแล้ว นาคินทร์มึนงงช็อคเหมือนโดนฟ้าฟาด “กนก..พี่เห็นกนก”
นาคินทร์มึนตึ้บกลับมามองรูปอีกที ก่อนจะหันกลับไปมองตรงเมื่อกี้แล้วลุกพรวดวิ่งตามออกไป

บริเวณวัด นาคินทร์วิ่งมาตามทาง ปากก็ตะโกน “กนก!!! กนกวลี!! รอพี่คินด้วย!!”
นาคินทร์วิ่งมาหยุดยืน เหนื่อย เหลียวมองไปรอบๆ นาคินทร์ยืนอยู่คนเดียว เวิ้งว้าง ไม่มีกนกหรือใครๆนาคินทร์ทรุดลง...หมดแรง “กนก”

ที่ร้านกาแฟ พนักงานเสิร์ฟวางนมชมพูตรงหน้าพิงค์ แล้วเสิร์ฟกาแฟร้อนให้อัครินทร์ สองคนทำท่าจะคุยกัน แต่ทันใดนั้นเสียงหมาเห่าดังขึ้น อัครินทร์มองหา “หมาที่ไหนเห่า”
พิงค์ก้มพูดข้างๆ “ชู่ว์!!เงียบก่อนลูก แม่คุยธุระ”ฃ
อัครินทร์มองพิงค์งงๆ แบบบ้ารึเปล่า ก่อนจะค่อยๆ เอียงลงมองข้างๆ พิงค์ เสียงหมาเห่าดังรัว อัครินทร์สะดุ้ง “เฮ่ย!!”
พิงค์แว้ดดุอัครินทร์ “นี่!! อย่าเสียงดังสิ ลูกฉันตกใจหมด!!”
“ลูกคุณ??”
พิงค์เปิดกระเป๋าเอาลูกหมาตัวเล็กจิ๋วน่ารักออกมากอดหอม “หืมม์!!ลูก... ขวัญเอ๋ยขวัญมานะลูก” พิงค์ค้อนอัครินทร์ “คนอะไรใจร้าย ทำลูกตกใจ เกิดหัวใจวายไปจะทำไงเนอะลูกเนอะ”
อัครินทร์ถอนใจเซ็ง “นี่!! มีอะไรก็รีบว่ามา..ผมรีบ..คนไข้ผมน่าเป็นห่วงกว่าลูกคุณเยอะ”
พิงค์ค้อน “ก็เรื่องพี่ชายคุณกับเพื่อนรักฉันน่ะสิ..มีอะไรคืบหน้ามั๊ย?”
“นี่คุณ..ผมเป็นหมอนะครับ ไม่ใช่นักสืบ”
“ก็ไม่ได้ให้สืบอะไรนักหนานี่ ก็แค่ให้คอยสังเกตุพฤติกรรมของพี่ชายคุณ”
“เท่าที่เห็น..ช่วงนี้ก็เหวี่ยงหนักขึ้น”
พิงค์ตบโต๊ะเปรี้ยง หมาเห่าตกใจ “นั่นไง!! โอ๋ๆๆ..แม่ขอโทษจ๊ะลูก แม่ลืมตัว”
อัครินทร์ส่ายหน้าเซ็ง

อ่านละคร เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 14 วันที่ 31 พ.ค. 57

ละครเรื่อง เสน่หาสัญญาแค้น บทประพันธ์โดย Shayna
ละครเรื่อง เสน่หาสัญญาแค้น กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เสน่หาสัญญาแค้น ผลิตโดย บริษัท โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เสน่หาสัญญาแค้น โดยผู้จัด อรพรรณ (พานทอง)วัชรพล
ละครเรื่อง เสน่หา สัญญาแค้น ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัส เวลา 20.15 ทางไทยทีวีช่อง 3
ละครเรื่อง เสน่หา สัญญาแค้น...เริ่มออกอากาศตอนแรก 21 พ.ค.57ต่อจากละครเรื่อง อย่าลืมฉัน
ที่มา ไทยรัฐ